บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ

2 กันยายน 2026 8:11 AM
last-price

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

สรุปประเด็นที่ผ่านมา

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้ การที่ราคาทองคำร่วงหลุดจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันยังได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายทางเทคนิคเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 85.10 ดอลลาร์ หรือ 1.90% ปิดที่ 4,396.40 ดอลลาร์/ออนซ์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการเทขายพันธบัตรทั่วโลก ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

สถานการณ์ราคาทองคำ

สำหรับกราฟทองคำ เช้านี้  
ราคาทองคำปรับตัวลงแรง โครงสร้างราคาถูกกดลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่บริเวณ $4,325 โดยมี
แนวต้านสำคัญที่ $4,385 และ $4,450 หากยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ $4,385 ได้
การฟื้นตัวจะยังถูกมองเป็นเพียงการดีดตัวระยะสั้น แนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,260 และ $4,200 ตามลำดับ โดยราคาขณะนี้กำลังทดสอบบริเวณ $4,320 ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตา หากยืนได้มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับขึ้นไปทดสอบ $4,385 แต่หากหลุด $4,260 ลงมา จะเป็นการยืนยันแรงขายเพิ่มเติมและมีโอกาสปรับฐานต่อหา $4,200
ด้าน MACD อยู่ในแดนลบและแท่งฮิสโตแกรมขยายตัวลงต่อเนื่อง โดยเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นสัญญาณ สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งขายยังแข็งแรงและยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ภาพรวมจึงให้น้ำหนักขาลงในระยะสั้น และต้องระวังแรงขายต่อเนื่องหาก $4,260 รับไม่อยู่

วิเคราะห์กลยุทธ์ทางเทคนิค

ทองโลกตอนนี้อยู่ที่ระดับ $4,320 ในราคาปัจจุบัน วันนี้จึงให้
แนวต้านแรกที่ $4,385 แนวต้านที่สอง $4,450
แนวรับแรกที่ $4,260 แนวรับที่สอง $4,200

graph